Test for Portfolio features, if this OK then we will move product pages to this category post – Golf

แนะนำระบบจัดเก็บไฟล์ออนไลน์ทรงประสิทธิภาพ Neatbox จาก Wavify

 

การทำงานในทุกวันนี้จำเป็นต้องมีการจัดการและการนำข้อมูลไปใช้งาน ขณะที่ทำงานนั้นก็มีข้อมูลเพิ่มมากขึ้นไปทุกวัน การที่มีระบบจัดเก็บไฟล์ที่ดีและมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญในการทำงานอย่างมาก

หากท่านคุ้นชินกับการทำงานในระบบคอมพิวเตอร์ คงเคยประสบปัญหาการทำงานในลักษณะของข้อมูลที่กระจัดกระจาย หรือการแบ่งปันข้อมูลให้แก่เพื่อนร่วมงานที่มีความยุ่งยาก การจะส่งไฟล์ขนาดใหญ่ให้คนภายนอกองค์กรผ่านทางอีเมล์นั้นก็ทำได้ไม่ง่ายนัก

ระบบจัดเก็บไฟล์ออนไลน์ Neatbox จึงมาเติมเต็มการทำงานในเรื่องการจัดเก็บไฟล์ออนไลน์ ซึ่งมาพร้อมกับความสามารถในการแชร์ไฟล์ 2 แบบด้วยกันคือแชร์ให้คนในระบบหรือแชร์ให้บุคคลอื่นๆ ทั่วไป

มาดูการแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์ให้กับคนทั่วไปกันก่อน โดยเราสามารถแบ่งปันข้อมูลที่มีให้คนอื่นได้ผ่านทาง URL Link ซึ่งทุกคนที่มีลิงค์นี้จะสามารถเข้าถึงไฟล์นั้นได้ตลอดเวลา แต่หากไม่ต้องการเปิดเป็น public file ก็สามารถเพิ่มความ security โดยสามารถสร้างรหัสผ่าน สำหรับการเข้าถึงไฟล์ หรือจะตั้งวันหมดอายุของ Link นี้เพื่อจำกัดเวลาการเข้าถึงไฟล์ได้อีกด้วย

 

ส่วนประกอบต่างๆ ของหน้า Public Link

  1. เปิด/ปิดการใช้งาน public link
  2. URL public link
  3. สร้าง public link ใหม่
  4. คัดลอก public link
  5. เปิด/ปิด สิทธิ์การแสดงความคิดเห็นไฟล์ใน public link
  6. เปิด/ปิด สิทธิ์การดาวน์โหลดไฟล์จาก public link
  7. ตั้งรหัสผ่านในการเข้าถึงไฟล์ใน public link
  8. ตั้งค่าวันหมดอายุของ public link

ซึ่ง Neatbox ยังมีหน้า My links ที่รวมรวมทุกไฟล์ที่เราเคยสร้าง Public link นี้ไว้เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาไฟล์อีกด้วย

Neatbox ช่วยให้การแบ่งปันข้อมูลให้กับผู้อื่นทำได้ง่ายขึ้น เพีงแค่ส่ง url link ไปให้เท่านั้น
ส่วนคราวหน้าจะมาพบกับ feature ของ Neatbox อื่นๆที่น่าสนใจได้อีกที่นี่ ได้โปรดติดตาม

หากสนใจทดลองใช้หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ info@throughwave.co.th

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

Supermicro Day 2017 by Throughwave

Supermicro ประกาศรองรับการใช้งาน NVIDIA Tesla V100 บน GPU Server แล้ว

Supermicro ผู้นำทางด้าน Server และ Storage Solution ประกาศรองรับการใช้งาน NVIDIA Tesla V100 บน GPU Server อย่างเป็นทางการแล้ว

Read more

Supermicro ดัน All-Flash BigTwin ทำงานร่วมกับ VMware vSAN ตอบโจทย์ Hyper-Converged Solution

ในงาน VMworld 2017 ที่ผ่านมา Supermicro นำโซลูชัน All-Flash NVMe X11 BigTwin เข้าร่วมจัดแสดงภายในงาน เผยถึงความพร้อมของฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำงานร่วมกับ Software-defined Storage (SDS) อย่าง VMware vSAN ได้เป็นอย่างดี

Read more

ForeScout ประกาศเสริมฟีเจอร์ใหม่จำนวนมาก พร้อมรองรับ Hybrid-Cloud

ForeScout ประกาศเสริมฟีเจอร์ใหม่จำนวนมาก พร้อมรองรับ Hybrid-Cloud

Read more

จะซื้อระบบ Email สำหรับองค์กร ต้องพิจารณาอะไรบ้าง – Email Server vs. Email Appliance vs. Email Cloud Service

ระบบอีเมลล์ถือเป็นหัวใจในหลายๆ ธุรกิจในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเอาไว้ติดต่อสื่อสารกันภายในองค์กรแล้ว Email ยังเป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าและคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพ จนเรียกได้ว่าการดำเนินธุรกิจในทุกวันนี้ไม่อาจขาดระบบอีเมลล์ไปได้เลย

 

แต่ในปัจจุบัน ระบบอีเมลล์มีทางเลือกให้เราเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อระบบอีเมลล์มาติดตั้งใช้งานและดูแลเองแบบการซื้อขาด (On Premise) หรือการใช้บริการระบบอีเมลล์บน Cloud จากผู้ให้บริการอย่าง Google หรือ Microsoft แบบเช่าใช้  (Service) วันนี้เรามาลองดูกันว่าการเลือกระบบอีเมลล์ที่เหมาะสมกับองค์กร ควรจะต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง

 

 

ความเป็นเจ้าของข้อมูลและการรักษาความลับองค์กร

 

ประเด็นนี้ถือเป็นประเด็นแรกและเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลือกใช้ระบบอีเมลล์ในทุกวันนี้เลยทีเดียว เนื่องจากในการดำเนินธุรกิจขององค์กรขนาดใหญ่นั้น ความลับภายในองค์กรและความลับระหว่างลูกค้าหรือคู่ค้ากับองค์กรแทบทั้งหมดนั้นมักจะถูกจัดเก็บอยู่ในระบบอีเมลล์ในทุกครั้งที่มีการรับส่งข้อมูล และแน่นอนว่าการเก็บข้อมูลเหล่านี้บนระบบอีเมลล์ที่เป็นบริการเช่าใช้แบบ Cloud นั้น ย่อมมีความเสี่ยงที่ข้อมูลจะรั่วไหลอย่างแน่นอน เพราะระบบ Cloud ใหญ่ๆ นอกจากจะตกเป็นเป้าของการโจมตีจาก Hacker ทั่วโลกแล้ว ยังมีประเด็นทางด้านความเชื่อมั่นต่อผู้ให้บริการที่อาจล้วงความลับขององค์กรเราออกไปอีกด้วย

 

นอกจากนี้เมื่อวันหนึ่งถ้าหากเราอยากเปลี่ยนระบบอีเมลล์ของเราจากระบบ Cloud มาเป็นระบบอื่น เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า Email เหล่านั้นจะถูกลบออกไปจากระบบและไม่ถูกนำไปวิเคราะห์ข้อมูลจริงๆ? ในหน่วยงานรัฐของบางประเทศเองถึงกับห้ามไม่ให้มีการนำข้อมูลองค์กรไปฝากไว้ที่บริการ Cloud ในต่างประเทศด้วยเหตุว่ากลัวความลับของประเทศรั่วไหล ดังนั้นประเด็นเรื่องความเป็นเจ้าของข้อมูลจึงถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญมากทีเดียว

 

ดังนั้นสำหรับองค์กรที่คิดว่าความเป็นเจ้าของข้อมูลและการรักษาความลับองค์กรถือเป็นประเด็นสำคัญลำดับแรก ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนระบบอีเมลล์ก็คงจะต้องเป็นการซื้อระบบอีเมลล์แบบซื้อขาด (On Premise) ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของ Email Server หรือ Email Appliance ก็ตามแต่

 

แต่สำหรับองค์กรที่เน้นความยืดหยุ่นและรวดเร็ว โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลบน Email มากนัก การเลือกใช้บริการเช่าใช้ระบบอีเมลล์บน Cloud Service ก็ถือเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ เพราะบางกรณีถึงแม้องค์กรจะไม่ให้ความสำคัญกับข้อมูล Email แต่การลงทุนแบบซื้อขาดระบบอีเมลล์มาติดตั้งเองก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอยู่ดี เรามาดูข้อพิจารณาที่เหลือต่อกันเลยดีกว่า

 

 

ค่าใช้จ่ายที่แตกต่าง

 

ระบบอีเมลล์แบบเช่าใช้บน Cloud นี้ โดยมากมักจะคิดค่าบริการเป็นต่อ Inbox ต่อปี  และมีปัจจัยอื่นๆ ให้เลือกอัพเกรดได้ เช่น ความปลอดภัย, พื้นที่การใช้งาน รวมถึงฟังก์ชันอื่นๆ ที่เสริมไปจากระบบอีเมลล์ ทำให้ลักษณะการลงทุนเป็นแบบจ่ายเงินซ้ำๆ ทุกปี ดังนั้นสำหรับหน่วยงานที่มีผู้ใช้งานจำนวนไม่มากนัก เช่นหน่วยงานที่มีขนาด 100 – 200 คนหรือน้อยกว่า ก็จะเหมาะสมต่อการเช่าใช้ระบบอีเมลล์นี้ เพราะค่าใช้จ่ายยังอาจจะถูกกว่าหรือเท่ากับการลงทุนแบบซื้อขาด แต่ได้รับความสะดวกสบายในการใช้งานและการดูแลมาแทน

 

ส่วนระบบอีเมลล์แบบซื้อขาดเป็น Email Server หรือ Email Appliance นี้ จะมีลักษณะคล้ายการลงทุนเพียงครั้งเดียวจบ และซื้อเป็นบริการดูแลระบบจากผู้ขายแทน ซึ่งจะมีราคาต่อปีที่ถือว่าไม่แพงมาก ดังนั้นสำหรับองค์กรที่มีผู้ใช้งานจำนวนตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป การซื้อขาดระบบ Email Server หรือ Email Appliance นี้จะมีความคุ้มค่ามาก เพราะค่าใช้จ่ายในปีแรกจะไม่ต่างจากการเช่าใช้บน Cloud นัก แต่ค่าใช้จ่ายในปีที่เหลือจะถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน จนหลายๆ ครั้งการคืนทุนอาจจะอยู่ที่ปีที่ 2 ได้เลยทีเดียว และองค์กรยังมีข้อได้เปรียบทางด้านการได้เป็นเจ้าของข้อมูลอย่างแท้จริงอีกด้วย

 

 

บริการจากผู้ขายและผู้ผลิต

 

สำหรับระบบอีเมลล์แบบเช่าใช้แบบ Cloud Service นี้จะมีความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ในแง่ของการที่ไม่ต้องทำการติดตั้งและดูแลไม่ให้ระบบล่ม เพราะผู้บริการทำให้หมด แต่ก็จะขาดบริการหลังการขายอื่นๆ ที่ละเอียดอ่อนกับระบบ เช่น การโอนย้ายข้อมูลจากระบบอีเมลล์เก่า, การจัดการให้การส่งเมลล์มายัง Domain เก่าของลูกค้ามาปรากฎที่ระบบอีเมลล์ใหม่ของเรา, การตรวจหาสาเหตุว่าทำไมอีเมลล์ถึงส่งไม่ออก, การตรวจจับการโจมตีระบบอีเมลล์และป้องกัน รวมถึงการตรวจหาสาเหตุที่ทำให้อีเมลล์ของเราไปตกใน Junk Mail ของลูกค้าและคู่ค้า ซึ่งทั้งหมดนี้สำหรับธุรกิจที่ดำเนินด้วยอีเมลล์เป็นหลักนั้น ถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง

 

ในขณะที่ระบบอีเมลล์ซื้อขาดแบบ On Premise นี้ ทางผู้ซื้อสามารถเลือกระดับของบริการต่างๆ เหล่านี้ได้ เพราะระบบทั้งหมดสามารถถูกควบคุมได้จากวิศวกรผู้มีประสบการณ์ ต่างจากระบบอีเมลล์แบบ Cloud Service ที่เราสามารถควบคุมระบบเหล่านั้นได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ทำให้การปรับแต่งค่าต่างๆ ของระบบอีเมลล์ให้รองรับงานระดับองค์กรสามารถเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งกว่า อีกทั้งการแยกระบบเป็นเอกเทศจากอีเมลล์ของคนอื่นๆ นี้ จะทำให้เราไม่ได้รับผลกระทบร้ายๆ ต่างๆ จากคนอื่น อย่างเช่นกรณี Email Cloud Service ที่เคยถูก Hack ไปโจมตีคนอื่นจนทำให้แทบทุกเมลล์ใน Cloud ตก Junk Mail Box ของระบบอีเมลล์อื่นๆ ได้อีกด้วย

 

 

ความปลอดภัยที่ควบคุมได้

 

สืบเนื่องจากข้อข้างต้น สำหรับระบบอีเมลล์เช่าใช้แบบ Cloud Service นี้ถึงแม้จะสะดวกสบายมาก แต่การควบคุมระดับของความปลอดภัยอีเมลล์นี้เราแทบจะกระทำด้วยตัวเองไม่ได้เลย ในขณะที่ระบบอีเมลล์แบบซื้อขาด On Premise เป็น Email Server หรือ  Email Appliance นี้ เราสามารถควบคุมการตั้งค่าความปลอดภัยได้ด้วยตัวเอง ทำให้ระบบมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาเรื่อง Email ขององค์กรตก Junk Mail Box ได้ด้วยตนเองอีกด้วย

 

 

สรุป

สำหรับผู้ที่จะลงทุนในระบบอีเมลล์แบบเช่าใช้ Email Cloud Service นี้ จะได้รับข้อดีดังนี้

  • ง่ายในการติดตั้งและดูแลรักษา
  • เพิ่มเติมความสามารถของระบบได้หลากหลาย
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับองค์กรขนาดเล็ก

 

ในขณะที่ผู้ที่จะลงทุนในระบบอีเมลล์แบบซื้อขาดเป็น Email Server หรือ Email Appliance จะได้รับข้อดีดังนี้

  • องค์กรได้เป็นเจ้าของข้อมูลอีเมลล์ทั้งหมดอย่างแท้จริง
  • มีบริการดูแลระบบอีเมลล์เชิงลึก ให้ระบบมีความเสถียรมากยิ่งขึ้นได้
  • สามารถปรับแต่งค่าทางด้านความปลอดภัยเพื่อรับมือสถานการณ์ต่างๆ ได้ทันที
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับองค์กรขนาดกลางหรือใหญ่

 

ดังนั้นผู้ดูแลระบบที่กำลังหาทางเลือกในการลงทุนกับระบบอีเมลล์ เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้วทางทีมงานก็หวังว่าจะช่วยให้มีส่วนตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อย

 

 

Wavify ระบบอีเมลล์ที่ปลอดภัยและง่ายสำหรับทุกองค์กร

 

สำหรับผู้ที่ต้องการมองหาระบบอีเมลล์แบบซื้อขาด ทาง Wavify ผู้ผลิตระบบอีเมลล์ชั้นนำสำหรับองค์กรนี้ มีระบบ Email Appliance สำเร็จรูปสำหรับผู้ใช้งานตั้งแต่ 500 Inbox – 40,000 Inbox และมีการใช้งานแล้วอย่างแพร่หลายในประเทศไทย โดยระบบอีเมลล์จาก Wavify มีจุดเด่นดังต่อไปนี้

  • สำเร็จรูป ติดตั้งง่าย ใช้งานได้ภายใน 1 วัน
  • ใช้งานได้กับทุกระบบปฏิบัติการ ทุก Platform
  • สามารถใช้งานได้หลาย Domain ภายใน Appliance เดียว
  • รองรับผู้ใช้งานตั้งแต่ 500 Inbox – 40,000 Inbox ตามแต่รุ่นของอุปกรณ์
  • ปรับแต่งหน้าจอให้มีเอกลักษณ์ขององค์กรได้
  • มีระบบรักษาความปลอดภัยภายในตัว
  • มีระบบสำรองข้อมูลอีเมลล์ภายในตัว
  • ทำ RAID และ Redundant Power Supply เพื่อความทนทานของระบบ
  • มีบริการติดตั้ง ดูแล แก้ไข และให้คำปรึกษาโดยตรงจาก Distributor ในประเทศไทย
  • มีบริการ Monitor 24×7 จากผู้ผลิตโดยตรง
  • มีบริการเสริม เช่น ย้ายอีเมลล์จากระบบเก่า (Migration), ปรับแต่งให้เข้ากับระบบ Email Gateway, บริการตรวจสอบและค้นหาการโจมตีระบบอีเมลล์, บริการให้คำปรึกษากรณีอีเมลล์ตก Junk Mail หรือรับส่งอีเมลล์ไม่ได้ เป็นต้น

 

จะเห็นได้ว่านอกจากความสามารถพื้นฐานของระบบที่มีอยู่แล้ว ทางทรูเวฟร่วมกับ Wavify ยังมีบริการระดับองค์กรเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานระบบอีเมลล์เหล่านี้ได้อย่างราบรื่นอีกด้วย  สำหรับใครที่สนใจผลิตภัณฑ์จาก Wavify สามารถติดต่อที่บริษัททรูเวฟ ประเทศไทย จำกัด ได้โดยตรงที่ 02-210-0969 หรือส่งอีเมลล์มาที่ info@throughwave.co.th ได้ทันที

 

ที่มา: www.throughwave.co.th

สรุปแบบสอบถาม IT Trend ถัดไปในองค์กรคุณเป็นเทคโนโลยีทางด้านไหน?

หลังจากที่จดหมายข่าวฉบับที่ 3 ถูกส่งออกไปหาเหล่าพาร์ทเนอร์และลูกค้าของเรา และได้มีเสียงตอบรับมากมายในแบบสอบถามประจำฉบับเพื่อชิงรางวัล “บัตร Starbuck” กันมาเยอะมาก จนทาง Throughwave Thailand ต้องเพิ่มจำนวนรางวัลให้กับผู้ที่มาตอบแบบสอบถามของเรากันไป และส่ง Email เพื่อติดต่อมอบของรางวัลให้ไปแล้วนั้น ในจดหมายข่าวฉบับที่ 4 นี้เราก็จะมาสรุปให้ทุกท่านที่กรุณาช่วยตอบแบบสอบถามให้เรากันครับ ว่าในภาพรวมของวงการ IT ไทยเราตอนนี้มีการใช้เทคโนโลยีอะไรกันอยู่บ้าง และอนาคตถัดไปจะเป็นเทคโนโลยีอะไร เรามาดูกันเลยครับ Read more

ShoreTel

ShoreTel is the provider of brilliantly simple Unified Communications (UC) solutions based on its award-winning IP business phone system. With our Unified Communications solution, enterprises trade complexity for plug-and-play simplicity in integrated voice, video, data, and mobile communication. ShoreTel delivers an award-winning UC system that is purpose-built for IP, and designed to be as easy to manage and scale across sites and geographies as it is to deploy and use. The solution’s open ecosystem and unique distributed architecture means it fits right in with existing infrastructure, and works seamlessly with business applications and processes.

Wavify

Wavify, Inc. offers A virtual jigsaw of powerful stand-alone and clustered components, forming secured, scalable messaging and collaboration infrastructures for enterprises and service providers. Out products include appliance based messaging/collaboration and regulatory compliance products designed to increase the reliability, performance, and security of customer infrastructure. Wavify’s next generation platform; maximizes investments in existing infrastructure; simplifies service deployment and management; and keeps the enterprise infrastructure evolving in non-disruptive manner.

Enterasys Secured Networks

Enterasys Secured Networks – SIEM Soluion that Delivers Total Security Intelligence

Nevis Networks

Nevis Networks provides identity-based policy enforcement in the network fabric, controlling who can access a company’s network and what resources they are permitted to use, as well as containing the spread of the most sophisticated malware. Nevis’ LANenforcer security appliances provide integrated NAC, IPS and identity firewall capability.

ForeScout Technologies

ForeScout is the leading provider of network access control (NAC) and policy compliance management for the global enterprise. We introduced our flagship CounterACT family of products in 2005, helping to pioneer and evolve the NAC industry. Our technology was developed in close partnership with our customers, and is differentiated by its ability to simplify the arduous tasks of access control and policy management. Today, CounterACT is trusted and proven in over 500 Fortune 1000 enterprises and government/military agencies worldwide, where it serves to enforce security-policy compliance and enable streamlined business processes.