เชิญพบกับ Forescout และ TimeNX ได้ในงาน Smart Network 2014

งานแสดงนิทรรศการและสัมมนาวิชาการ Smart Network 2014
วันที่จัดงาน : วันที่ 2-3 ตุลาคม 2557
เวลา : 9.00 – 17.00 น.
สถานที่จัดงาน : ห้องบอลรูม โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์

ซีเอ็ดฯร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบธุรกิจการระบบเครือข่ายคอมฯ จัดงานสัมมนาไอทีใหญ่ประจำปี 2014

งานสัมมนา Smart Network 2014 เป็นงานสัมมนาที่นำเสนอเนื้อหาสมาร์ทเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและกำลังก้าวไปในอนาคตที่เราสามารถสัมผัสได้ มาเชื่อมโยงสัมพันธ์กันก่อให้เกิดปรากฏการณ์ Smart Life ในอนาคต

ตลอดสองวันผู้เข้าฟังสัมมนาจะเห็นภาพของสมาร์ทเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งในแนวกว้างและเจาะลึกจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้าของเมืองไทย เพื่อนำความรู้นั้นไปวางแผนจัดระเบียบปรับปรุงองค์กรเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับกระแสคลื่นสมาร์ทเทคโนโลยีต่างๆที่เข้ามาถึงตัวในอนาคตอันใกล้

ผู้ที่ไม่ควรพลาดการเข้าฟังการสัมมนาครั้งนี้ อาทิ ผู้บริหารและจัดการไอทีขององค์กร ผู้ดูแลระบบเครือข่ายฯ ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางด้านเน็ตเวิร์ก หรือผู้ที่สนใจมาอัพเดพความรู้เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้ดูแลระบบเครือข่ายฯหรือผู้บริหารและจัดการไอทีในอนาคต

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับงานสัมมนาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.se-edtraining.com/pdf/Profile-SmartNetwork2014.pdf

 

10580135_706214889453648_3860892398156831751_n

ภายในงานพบกับทรูเวฟได้ที่บูธ B1

  • พบกับ Forescout ระบบที่ช่วยควบคุมความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบข้อมูล ควบคุมการใช้งานของอุปกรณ์ในเครือข่ายได้ทั้งหมด ตั้งแต่ อุปกรณ์เครื่องแม่ข่าย เครื่องลูกข่ายของพนักงานหรือผู้มาใช้บริการ และยังสามารถควบคุมอุปกรณ์ Mobile ได้ โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขระบบเครือข่ายเดิมที่มีอยู่
  •  TimeNX :  Enterprise Unified Time Synchronization Appliance ที่ประสานเวลาจากดาวเทียมผ่านทางเสา GPS ที่ติดตั้งมาในตัว เพื่อให้บริการ Time Synchronization ที่ความแม่นยำระดับ Stratum-1 ตรงตามกฎหมายพรบ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ของประเทศไทย

แล้วพบกันครับ

ระบบ Time Synchronization สำหรับธุรกิจบริการสาธารณสุข และโรงพยาบาล

เพื่อปรับปรุงการบริการทางด้านสาธารณสุขให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้งานทางด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบบริการผู้ป่วย ระบบยา การแจ้งเตือนผู้ป่วย ระบบประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ภายใน ระบบงานประชุม และอื่นๆ อีกมากมาย โดยระบบ Time Synchronization เองก็ได้เข้ามามีบทบาทที่น่าสนใจด้วยกันหลายประการ ดังนี้

 

 

1. ปรับเวลาทั้งโรงพยาบาลให้ตรงกัน เพื่อเพิ่มความถูกต้องแม่นยำในการให้บริการสาธารณสุข

เวลาถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดปัจจัยหนึ่งในการดูแลรักษาผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจผู้ป่วยตามเวลา การให้ยาผู้ป่วยตามรอบการรักษา หรือการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินที่ทุกวินาทีส่งผลต่อความเป็นความตาย การปรับเวลาบนนาฬิกาทั้งหมดให้ตรงกันทั้งโรงพยาบาล จะทำให้การบริการรักษาพยาบาลและติดต่อสื่อสารระหว่างแผนกเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การตรวจจับและวัดเวลาได้อย่างแม่นยำยังเป็นปัจจัยหลักในการทำระบบ Quality Management สำหรับการรักษาพยาบาลได้ ตัวอย่างหนึ่งคือการปรับปรุงกระบวนการการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ ยิ่งใช้เวลาน้อยโอกาสประสบความสำเร็จก็จะยิ่งสูง การเก็บข้อมูลรักษาพยาบาลเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการและชี้วัดจึงต้องอาศัยระบบเวลาที่เที่ยงตรงกันทั้งโรงพยาบาล การประยุกต์นำระบบ Time Synchronization Appliance หรือ Time Server มาจ่ายเวลาให้กับนาฬิกาหรืออุปกรณ์ต่างๆ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่คุ้มค่า เพราะทำให้เวลาของระบบทุกอย่างตรงกันหมดได้ภายในอุปกรณ์เดียว

อีกกรณีศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจ คือการให้บริการสาธารณสุขแบบ Premium สำหรับโรงพยาบาลเอกชน ที่มีการเก็บค่ารักษาพยาบาลมากกว่าปกติ แต่ก็จะได้รับบริการรวดเร็วกว่า และรับประกันเวลาด้วยว่าผู้มาเข้ารับบริการจะได้รับบริการภายในช่วงเวลาที่กำหนดอย่างแน่นอน ซึ่งระบบ Time Synchronization นี้ก็ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญนธุรกิจลักษณะนี้เช่นกัน

wavify_timenx_unified_time_synchronization_appliance

2. ปรับเวลาของระบบ IT ทั้งหมดให้ตรงกัน เพื่อให้ข้อมูลของระบบ IT ในโรงพยาบาลสามารถสอบเทียบข้ามกันได้

สำหรับหลายๆ โรงพยาบาลที่ได้มีการนำซอฟต์แวร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Hospital Information System (HIS), Electrical Health Record (EHR), ระบบห้องยา, ระบบการเงิน, ระบบบัญชี และระบบอื่นๆ มาใช้งานตามส่วนต่างๆ นั้น เพื่อให้การนำข้อมูลของแต่ละระบบมาใช้งานร่วมกันเช่น การตรวจสอบการรักษาพยาบาล, การออกรายงาน, การสืบค้นข้อมูลต่างๆ ย้อนหลัง และอื่นๆ สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือการทำให้ระบบงานทั้งหมดที่ทำงานอยู่บน IT จะต้องอ้างอิงจากระบบ Time Synchronization Appliance เดียวกัน เพื่อให้ข้อมูลทั้งหมดที่บันทึกถูกอ้างอิงในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกัน และนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประมวลผลได้อย่างไม่ผิดพลาด

ในมุมกลับกัน ถ้าหากต่างระบบต่างอ้างอิงเวลาจากแหล่งที่แตกต่างกัน ข้อมูลทั้งหมดก็จะขาดความเชื่อถือด้านเวลาว่าเหตุการณ์ใดเกิดก่อนหรือเกิดหลัง และสุดท้ายก็จะไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาทำประโยชน์ใดๆ หรืออ้างอิงในทางกฎหมายได้เลย

 

3. ปรับเวลาของอุปกรณ์เครือข่ายทั้งหมดให้ตรงกัน เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์

เป็นที่เข้าใจกันดีว่าถ้าหากธุรกิจของโรงพยาบาลถูกผูกเข้ากับซอฟต์แวร์ HIS, EHR และอื่นๆ แล้ว ระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายเองก็เป็นสิ่งจำเป็นในการช่วยเหลือให้ระบบเครือข่ายสามารถทำงานได้อย่างปกติ และเข้าถึงระบบงานต่างๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานได้อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็น Firewall, IPS, Network Access Control, BYOD, Wireless Security, Malware Protection และอื่นๆ อีกมากมาย การทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยเหล่านี้อ้างอิงกับ Time Synchronization Appliance เดียวได้ และทำให้ข้อมูล Log จากอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ถูกจัดเก็บอยู่บน Log Server หรือ SIEM ด้วยฐานเวลาเดียวกันทั้งหมด ก็จะทำให้การดูแลรักษาความปลอดภัยระบบเครือข่าย และติดตามค้นหาเหตุการณ์ทางด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นย้อนหลังเป็นไปได้อย่างถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจระบบ Time Synchronization Appliance สามารถติดต่อบริษัท ทรูเวฟ (ประเทศไทย) ได้เลยครับ

 

เกี่ยวกับ Wavify TimeNX
Wavify TimeNX เป็น Unified Time Synchronization Appliance ที่สามารถให้บริการประสานเวลาสำหรับอุปกรณ์ในเครือข่ายได้ครอบคลุมทุกโปรโตคอล ทั้ง NTP, SNTP และ PTP ได้ภายในอุปกรณ์เดียว โดยสามารถเชื่อมต่อสัญญาณเวลาจากดาวเทียมผ่านทาง GPS เพื่อให้เวลาอ้างอิงมีความแม่นยำสูงสุดอยู่เสมอ โดยมีความสามารถดังนี้

  • 1U rack mount
  • สนับสนุน NTP, SNTP, PTP Protocol
  • รองรับเครื่องลูกข่ายได้ตั้งแต่ 1,000 – 12,000 เครื่องต่อวินาที
  • รองรับ GPS Stratum-1 และ Peering Stratum-2
  • มี Firewall, DDoS Protection, MD5 Authentication

 

ForeScout จับมือ Rapid7 จำกัดการใช้งานอุปกรณ์เครือข่ายและเครื่องลูกข่ายที่ไม่อัพเดต Patch ได้แบบ Real-time

ForeScout ผู้ผลิตระบบ Next Generation Network Access Control (NAC) และ BYOD ชั้นนำระดับโลก ได้ประกาศจับมือกับ Rapid7 ผู้นำทางด้านโซลูชั่นการตรวจจับ Vulnerability และ Patch Management เพื่อทำการ Integrate Solution เข้าด้วยกัน เพื่อให้ข้อมูลช่องโหว่ต่างๆ ในเครื่องลูกข่ายจาก Rapid7 Nexpose ถูกนำมาใช้เป็นเงื่อนไขการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงระบบเครือข่ายด้วย ForeScout CounterACT ทำให้ระบบเครือข่ายมีความปลอดภัยเป็นไปในแบบ Real-time สูงสุด และลดความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีลงไปได้อย่างมหาศาล

ทุกวันนี้การโจมตีระบบเครือข่ายโดยอาศัยช่องโหว่ที่เป็นที่รู้จัก เช่น Vulnerability ที่มีประกาศ Patch ออกมาอย่างชัดเจน ได้กลายเป็นวิธีหนึ่งที่ถูกเลือกใช้ในการโจมตีสูงสุด เนื่องจากในทางปฏิบัติแล้วถึงแม้ว่าผู้ผลิตจะออก Patch ต่างๆ มามากมาย แต่ผู้ดูแลระบบเองก็ไม่สามารถที่จะไล่ตาม Update Patch ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งช่องโหว่เหล่านี้ที่มีประกาศทั้งวิธีการโจมตี และวิธีการแก้ไขนี้ ก็ได้ถูกผู้ประสงค์ร้ายนำไปใช้โจมตีอย่างง่ายดาย การบริหารจัดการและควบคุมเครื่องลูกข่ายและอุปกรณ์เครือข่ายที่ยังไม่ได้ทำการ Patch จึงเป็นทางออกที่ดีในการปกป้องระบบเครือข่ายให้ปลอดภัยอยู่เสมอ

ด้วยเหตุนี้เอง ForeScout ที่สามารถตรวจจับและควบคุมเครื่องลูกข่ายได้แบบ Real-time จึงได้จับมือกับ Rapid7 ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตรวจจับ Vulnerability และ Patch Management ในองค์กร เพื่อให้ระบบ Network Access Control และ BYOD ได้มีข้อมูลว่าเครื่องลูกข่ายและอุปกรณ์เครือข่ายใดๆ มีช่องโหว่อย่างไรจากการตรวจสอบของ Rapid7 บ้าง และรีบทำการกักกันเครื่องเหล่านั้นให้เข้าถึงระบบเครือข่ายได้อย่างจำกัด ส่งผลให้ถ้าหากเครื่องเหล่านั้นถูกโจมตีสำเร็จจริงๆ ก็จะไม่สามารถแพร่กระจายการโจมตีออกไปยังส่วนอื่นๆ ของระบบเครือข่ายต่อไปได้ โดยผลลัพธ์ของการ Integrate นี้มีด้วยกันหลักๆ สองข้อ ดังนี้

1. ตรวจจับและรายงานช่องโหว่ในระบบเครือข่ายได้แบบ Real-time

ด้วยความสามารถของ ForeScout ในการตรวจจับเครื่องลูกข่ายใหม่ๆ ที่เข้ามาใช้งานในระบบเครือข่าย และทำการยืนยันตัวตนกำหนดสิทธิ์ได้แบบ Real-time ควบคู่กับความสามารถในการตรวจจับ Vulnerability และ Patch ของ Rapid7 ก็จะทำให้ผู้ดูแลระบบมองเห็นข้อมูลช่องโหว่ทั้งหมดในระบบเครือข่ายได้แบบ Real-time ทันที

2. อุดช่องโหว่โดยอัตโนมัติและลดโอกาสที่จะถูกโจมตีลงไปให้มากที่สุด

หลังจากที่ ForeScout ได้รับข้อมูลทางด้านช่องโหว่จาก Rapid7 Nexpose แล้ว ForeScout ก็จะสามารถช่วยบังคับเครื่องลูกข่ายให้ทำการอุดช่องโหว่ต่างๆ ได้แบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับอัพเดต OS Patch, อัพเดต Application Patch หรือรัน Script ต่างๆ เพื่ออุดช่องโหว่ อีกทั้งในระหว่างที่เครื่องลูกข่ายต่างๆ ยังไม่ได้ทำการอุดช่องโหว่นั้นๆ ForeScout ยังช่วยทำการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเครื่องลูกข่ายทั้งหมดได้ เพื่อไม่ให้เครื่องเหล่านั้นถูกโจมตี หรือถูกนำไปโจมตีเครือข่ายต่อได้อีก

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อบริษัททรูเวฟ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทน ForeScout ในประเทศไทยได้เลยนะครับ

ที่มา: https://www.forescout.com/press-release/forescout-and-rapid7-partner-to-deliver-real-time-assessment-and-remediation-capabilities/

เปิดตัว Supermicro’s EVO: RAIL Appliance รองรับ 100 VM server หรือ 250 VDI Desktop

Supermicro ประกาศเปิดตัว Supermicro’s EVO: RAIL Appliance ซึ่งเป็น Hyper-converged Infrastructure Appliance ที่รวมหน่วยประมวลผล, เน็ตเวิร์ค และพื้นที่เก็บข้อมูล เข้าด้วยกันเป็น Appliance ในขนาด 2U ภายในประกอบไปด้วย 4-node server โดยมีจุดเด่นดังนี้

  • Supermicro’s EVO: RAIL Appliance เริ่มต้นด้วย host จำนวน 4 node ใช้ฮาร์ดแวร์รุ่น 2U TwinPro2 SuperServer ที่มีการเก็บข้อมูลแบบกระจายข้อมูลไปยัง node ต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยี vSAN จาก VMware
  • รองรับการทำ Fault tolerance, reliability และ scale-out ด้วยเทคโนโลยีของ VMware
  • การ Deploy, configuration และการ Management สามารถทำได้ง่ายดาย ทำให้การสร้าง Virtual Machine สามารถเริ่มต้นได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
  • Supermicro’s EVO: RAIL Appliance ใช้ฮาร์ดแวร์ที่ผ่านการรับรองจาก VMware ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบจะสามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ
  • สามารถสั่งผลิตภัณฑ์จาก Supermicro ได้โดยตรง เพียงแค่ระบุ SKU ของ EVO: RAIL ก็ได้ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ครบชุด โดยภายในชุดซอฟท์แวร์ประกอบไปด้วย vSphere, Virtual SAN และ vCenter components
  • รองรับการทำงาน VM server ขนาดทั่วไปถึง 100 Server หรือการทำระบบ VDI ถึง 250 Desktop ต่อ Appliance 1 ชุด

ข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.supermicro.com/solutions/EVO_RAIL.cfm