ความปลอดภัยในการจัดเก็บไฟล์ (Integrated with Encryption File System)

 

เพราะความปลอดภัยของไฟล์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน NeatBox จึงมีคุณลักษณะการรักษาความปลอดภัยที่สำคัญมากมาย ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรักษาข้อมูลของคุณให้ปลอดภัย มั่นใจและควบคุมได้ รวมถึงการเข้ารหัสในระหว่างการย้ายข้อมูลจากอุปกรณ์ของคุณไปยัง Neatbox และเมื่อคุณเก็บข้อมูลไว้ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณ ไฟล์ทุกไฟล์ใน Neatbox จะยังคงปลอดภัยไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ของคุณก็ตาม

 

“Your data security and safety is NeatBox priority”

 

ประโยชน์ของการเข้ารหัสไฟล์

1.สามารถที่จะระบุตัวตนของผู้ที่เราต้องการให้เข้าถึงข้อมูลของเราได้
2.รักษาความลับที่ไม่ให้ผู้อื่นที่ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลได้
3.สามารถรักษาความถูกต้องและสมบูรณ์ของข้อมูล

เพื่อเพิ่มความมั่นในในการเข้าถึงไฟล์ที่สำคัญของคุณ NeatBox จึงดูแลไฟล์ต่างๆ ให้ปลอดภัยอยู่เสมอ
หากสนใจทดลองใช้หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ info@throughwave.co.th
คราวหน้าจะมาพบกับ feature ของ Neatbox อื่นๆที่น่าสนใจได้อีกที่นี่ โปรดติดตาม

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

การอัพเดทอัตโนมัติระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ (Real-time synchronization)

การทำงานในชีวิตจริงนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้คนมีการทำงานผ่านอุปกรณ์ต่างๆ มากกว่า 1 เครื่องเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ tablet หรือทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนซึ่งเห็นกันได้ทั่วไปในชีวิตคนในยุคปัจจุบัน หากการเก็บไฟล์ยังเป็นการเก็บแบบ offline แบบสมัยก่อน การจะทำงานแต่ละครั้งจะต้อง copy file กันไปมา หรือไม่ก็ต้องพก USB drive หรือ external hard disk กันไว้ตลอด ซึ่งเสี่ยงต่อการแก้ไขข้อมูลผิดเวอร์ชั่นหรือทำข้อมูลสูญหายได้ง่ายๆ ดังนั้นการเก็บไฟล์ไบนระบบ cloud service ดูจะสามารถตอบโจทย์การทำงานของคนยุคนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตเราก็จะสามารถเข้าถึงไฟล์งานเหล่านั้นได้ทุกที่ทุกเวลานั่นเอง

Neatbox เป็นระบบจัดเก็บไฟล์บน cloud service ที่มีประสิทธิภาพและยังมีการอัพเดทอัตโนมัติระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ (Real-time synchronization) ไม่ว่าจะอัพโหลดไฟล์ผ่านทางใด เมื่อเปิดจากที่อื่นๆ ก็จะเห็นไฟล์ชุดเดียวกันเสมอ หรือถ้าได้รับการแชร์ไฟล์จากใคร เราก็จะสามารถดูไฟล์นั้นได้ทุกที่ทุกเวลาเช่นเดียวกัน

ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพหรือไฟล์เอกสารในรูปแบบต่างๆ ก็สามารถแสดงและเก็บไว้ได้อย่างปลอดภัยใน Neatbox
หากสนใจทดลองใช้หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ info@throughwave.co.th
คราวหน้าจะมาพบกับ feature ของ Neatbox อื่นๆที่น่าสนใจได้อีกที่นี่ โปรดติดตาม

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

การดูไฟล์และคอมเมนต์ไฟล์ด้วย NEATBOX (Preview, Annotate and Comment file in real-time)

Neatbox Preview File Header

นอกจากที่ Neatbox จะสามารถจัดเก็บไฟล์ไว้บน cloud เพื่อให้ผู้ใช้สะดวกและง่ายในการเข้าถึงไฟล์ต่างๆ แล้ว ในการแบ่งปันไฟล์ร่วมกันระหว่างผู้ใช้ยังมี feature การคอมเมนต์ไฟล์ เพื่อให้ผู้ใช้แต่ละท่านเสนอความคิดเห็นโต้ตอบระหว่างกันเกี่ยวกับไฟล์นั้นๆ ได้ โดยสามารถเลือกปักหมุด (Pin) ลงไปในจุดของไฟล์เอกสารที่ต้องการพูดถึงเฉพาะเจาะจงได้

 

โดยกล่องคอมเมนต์ทั้งหมดจะแสดงในลิสต์รายการด้านขวามือ ซึ่งสามารถเลือกดูคอมเมนต์ทั้งหมดในไฟล์ หรือคอมเมนต์ในเฉพาะหน้าใดหน้าหนึ่งได้อีกด้วย ซึ่งเจ้าของไฟล์สามารถกำหนดได้ว่าจะให้ใครมีสิทธิ์ในการคอมเมนต์ไฟล์นั้นได้บ้าง หรือแม้กระทั่งผู้ใช้งานที่ไม่ใช่ผู้ใช้ในระบบหากได้รับสิทธิ์ให้คอมเมนต์ได้ก็จะสามารถโต้ตอบบนไฟลนี้ได้เช่นเดียวกับผู้ใช้ในระบบธรรมดาเลย

ซึ่งคอมเมนต์ต่างๆ เหล่านี้ เป็นคอมเมนต์ที่ผูกติดกับไฟล์ในแต่ละเวอร์ชั่น ผู้ใช้สามารถกลับมาอ่านคอมเมนต์ของไฟล์เวอร์ชั่นเก่าภายหลังได้โดยไม่กระทบการทำงานของไฟล์ในเวอร์ชั่นปัจจุบัน ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงานเป็นอย่างมาก

จะเห็นได้ว่าการที่สามารถคอมเม้นไฟล์ในแต่ละเวอร์ชั่นได้ ทำให้การทำงานง่ายขึ้นสามารถเปรียบเทียบงานเวอร์ชั่นเก่าและใหม่ได้อย่างสะดวกขึ้นทั้งในแง่การทำงานคนเดียวหรือการทำงานเป็นทีมก็ตาม

หากสนใจทดลองใช้หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ info@throughwave.co.th
คราวหน้าจะมาพบกับ feature ของ Neatbox อื่นๆที่น่าสนใจได้อีกที่นี่ โปรดติดตาม

 

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

 

การจัดการไฟล์เวอร์ชั่นด้วยระบบจัดเก็บไฟล์ออนไลน์ทรงประสิทธิภาพ Neatbox จาก Wavify

การทำงานในทุกวันนี้จำเป็นต้องมีการจัดการและการนำข้อมูลไปใช้งาน ขณะที่ทำงานนั้นก็มีข้อมูลเพิ่มมากขึ้นไปทุกวัน การที่มีระบบจัดเก็บไฟล์ที่ดีและมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญในการทำงานอย่างมาก

หากท่านคุ้นชินกับการทำงานในระบบคอมพิวเตอร์ แล้วคงเคยประสบปัญหาการทำงานในลักษณะของข้อมูลที่กระจัดกระจาย หรือการแบ่งปันข้อมูลให้แก่เพื่อนร่วมงานที่มีความยุ่งยาก โดยเฉพาะงานเอกสารที่มีหลายๆเวอร์ชั่นยิ่งเป็นปัญหาที่น่าปวดหัวในการจัดเก็บข้อมูลอย่างมาก

จะดีแค่ไหนถ้าระบบจัดเก็บไฟล์สามารถเก็บไฟล์แยกเป็นเวอร์ชั่นและสามารถเรียกดูแต่ละเวอร์ชั่นได้ด้วย ในการทำงานแต่ละงานเอกสารอาจจะมีหลายเวอร์ชั่นจนกว่าจะได้ไฟล์สุดท้าย ระบบ Neatbox สามารถเก็บไฟล์แยกเป็นเวอร์ชั่นได้ นอกเหนือจากนั้นยังสามารถเลือกคอมเม้นไฟล์แต่ละเวอร์ชั่นได้อีกด้วย

 

การจัดการไฟล์เวอร์ชั่นก่อนหน้า (Version History)

หน้าจัดการไฟล์เวอร์ชั่น (Manage Versions) นี้จะแสดงให้เห็นทุกเวอร์ชั่นของไฟล์ โดยระบุเลขเวอร์ชั่น, วันที่และเวลาในการสร้าง, ขนาดของไฟล์ และผู้สร้างไฟล์ในเวอร์ชั่นนั้นๆ โดยผู้ใช้งานยังสามารถจัดการกับเวอร์ชั่นต่างๆได้ดังนี้

  1. เรียกแสดง (Preview) ไฟล์ในแต่ละเวอร์ชั่นได้
  2. เลือกดาวน์โหลดไฟล์ในแต่ละเวอร์ชั่นมาเก็บไว้ได้
  3. เรียกคืนค่าเวอร์ชั่น (Restore) ไฟล์ได้ โดยระบบจะนำไฟล์เวอร์ชั่นที่เรียกขึ้นคืน ขึ้นมาเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดให้แทน
  4. ลบไฟล์ในแต่ละเวอร์ชั่นได้ (Remove) โดยหากผู้ใช้งานเลือกลบเวอร์ชั่นปัจจุบันระบบจะกลับไปใช้เวอร์ชั่นก่อนหน้าให้โดยอัตโนมัติ
  5. อัพโหลดไฟล์เวอร์ชั่นใหม่ได้ (Upload)

 

จะเห็นการจัดการไฟล์เวอร์ชั่นทำให้การทำงานง่ายขึ้นกว่าการจัดการไฟล์ธรรมดามาก ทั้งในแง่การทำงานคนเดียวหรือการทำงานเป็นทีมก็ตาม โดย Neatbox นั้นไม่จำกัด version และเวลา ที่ใช้เก็บไฟล์อีกด้วย

หากสนใจทดลองใช้หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ info@throughwave.co.th
คราวหน้าจะมาพบกับ feature ของ Neatbox อื่นๆที่น่าสนใจได้อีกที่นี่ โปรดติดตาม

 

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

 

การแบ่งปันไฟล์ในองค์กรด้วยระบบจัดเก็บไฟล์ออนไลน์ทรงประสิทธิภาพ Neatbox จาก Wavify

การแบ่งปันไฟล์ (File sharing)

คราวที่แล้วได้เรียนรู้เกี่ยวกับการแบ่งปันไฟล์ผ่านทาง Public link ไปแล้ว คราวนี้จะมาพูดถึงการแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์ให้กับคนในระบบที่ใช้ Neatbox เหมือนกันบ้าง

หากผู้ใช้ทั้งคู่เป็นผู้ใช้ในระบบ Neatbox เหมือนกัน ผู้ใช้สามารถ allocate พื้นที่ของตัวเองที่มีเพื่อสร้างเป็น virtual drive เพื่อให้คนอื่นๆ สามารถเข้ามาใช้งานร่วมกันได้ โดยผู้ใช้งานจะทำการสร้าง Shared drive และเลือกบุคคลที่ต้องการแบ่งปันไฟล์พร้อมทั้งตั้งสิทธิ์การเข้าถึงให้แต่ละคนแตกต่างกันได้เลย

ในการสร้าง Shared drive ใหม่นั้นจะมีรายละเอียดต่างๆ ดังต่อไปนี้

  1. ชื่อ Shared Drive
  2. พื้นที่การใช้งานทั้งหมดของคุณใน Neatbox
  3. ความจุของ Shared Drive
  4. กำหนดสิทธิ์ตั้งต้นสำหรับการเข้าถึง Shared Drive
    • เปิด/ปิดสิทธิ์การดูไฟล์ได้อย่างเดียว (Read only)
    • เปิด/ปิดสิทธิ์การแสดงความคิดเห็นในไฟล์ (Comment)
    • เปิด/ปิดสิทธิ์การแก้ไขไฟล์ (Edit)
    • เปิด/ปิดสิทธิ์การแบ่งปันไฟล์ (Share)

นอกจากนั้นเรายังสามารถเลือกแบ่งปันไฟล์ของเราใน drive ที่แบ่งปันกันอยู่แล้วซึ่งไม่ได้กินพื้นที่ในการเก็บไฟล์เพิ่มขึ้นแต่อย่างใดอีกด้วย

เพียงเท่านี้ก็สามารถแบ่งปันไฟล์ร่วมกันได้อย่างง่ายดายเพียงอัพโหลดไฟล์เข้าไปใน Shared drive เท่านั้น ทุกคนที่มีสิทธิ์เข้าถึง drive นี้ก็จะเห็นไฟล์ชุดเดียวกันเสมอ

วันนี้ได้รู้จักการแชร์ไฟล์ผ่าน Shared drive ของ Neatbox กันไปแล้ว คราวหน้าจะมาพบกับ feature อื่นๆที่น่าสนใจได้อีกที่นี่ ได้โปรดติดตาม

หากสนใจทดลองใช้หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ info@throughwave.co.th

 

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

แนะนำระบบจัดเก็บไฟล์ออนไลน์ทรงประสิทธิภาพ Neatbox จาก Wavify

 

การทำงานในทุกวันนี้จำเป็นต้องมีการจัดการและการนำข้อมูลไปใช้งาน ขณะที่ทำงานนั้นก็มีข้อมูลเพิ่มมากขึ้นไปทุกวัน การที่มีระบบจัดเก็บไฟล์ที่ดีและมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญในการทำงานอย่างมาก

หากท่านคุ้นชินกับการทำงานในระบบคอมพิวเตอร์ คงเคยประสบปัญหาการทำงานในลักษณะของข้อมูลที่กระจัดกระจาย หรือการแบ่งปันข้อมูลให้แก่เพื่อนร่วมงานที่มีความยุ่งยาก การจะส่งไฟล์ขนาดใหญ่ให้คนภายนอกองค์กรผ่านทางอีเมล์นั้นก็ทำได้ไม่ง่ายนัก

ระบบจัดเก็บไฟล์ออนไลน์ Neatbox จึงมาเติมเต็มการทำงานในเรื่องการจัดเก็บไฟล์ออนไลน์ ซึ่งมาพร้อมกับความสามารถในการแชร์ไฟล์ 2 แบบด้วยกันคือแชร์ให้คนในระบบหรือแชร์ให้บุคคลอื่นๆ ทั่วไป

มาดูการแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์ให้กับคนทั่วไปกันก่อน โดยเราสามารถแบ่งปันข้อมูลที่มีให้คนอื่นได้ผ่านทาง URL Link ซึ่งทุกคนที่มีลิงค์นี้จะสามารถเข้าถึงไฟล์นั้นได้ตลอดเวลา แต่หากไม่ต้องการเปิดเป็น public file ก็สามารถเพิ่มความ security โดยสามารถสร้างรหัสผ่าน สำหรับการเข้าถึงไฟล์ หรือจะตั้งวันหมดอายุของ Link นี้เพื่อจำกัดเวลาการเข้าถึงไฟล์ได้อีกด้วย

 

ส่วนประกอบต่างๆ ของหน้า Public Link

  1. เปิด/ปิดการใช้งาน public link
  2. URL public link
  3. สร้าง public link ใหม่
  4. คัดลอก public link
  5. เปิด/ปิด สิทธิ์การแสดงความคิดเห็นไฟล์ใน public link
  6. เปิด/ปิด สิทธิ์การดาวน์โหลดไฟล์จาก public link
  7. ตั้งรหัสผ่านในการเข้าถึงไฟล์ใน public link
  8. ตั้งค่าวันหมดอายุของ public link

ซึ่ง Neatbox ยังมีหน้า My links ที่รวมรวมทุกไฟล์ที่เราเคยสร้าง Public link นี้ไว้เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาไฟล์อีกด้วย

Neatbox ช่วยให้การแบ่งปันข้อมูลให้กับผู้อื่นทำได้ง่ายขึ้น เพีงแค่ส่ง url link ไปให้เท่านั้น
ส่วนคราวหน้าจะมาพบกับ feature ของ Neatbox อื่นๆที่น่าสนใจได้อีกที่นี่ ได้โปรดติดตาม

หากสนใจทดลองใช้หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ info@throughwave.co.th

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

จะซื้อระบบ Email สำหรับองค์กร ต้องพิจารณาอะไรบ้าง – Email Server vs. Email Appliance vs. Email Cloud Service

ระบบอีเมลล์ถือเป็นหัวใจในหลายๆ ธุรกิจในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเอาไว้ติดต่อสื่อสารกันภายในองค์กรแล้ว Email ยังเป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าและคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพ จนเรียกได้ว่าการดำเนินธุรกิจในทุกวันนี้ไม่อาจขาดระบบอีเมลล์ไปได้เลย

 

แต่ในปัจจุบัน ระบบอีเมลล์มีทางเลือกให้เราเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อระบบอีเมลล์มาติดตั้งใช้งานและดูแลเองแบบการซื้อขาด (On Premise) หรือการใช้บริการระบบอีเมลล์บน Cloud จากผู้ให้บริการอย่าง Google หรือ Microsoft แบบเช่าใช้  (Service) วันนี้เรามาลองดูกันว่าการเลือกระบบอีเมลล์ที่เหมาะสมกับองค์กร ควรจะต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง

 

 

ความเป็นเจ้าของข้อมูลและการรักษาความลับองค์กร

 

ประเด็นนี้ถือเป็นประเด็นแรกและเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลือกใช้ระบบอีเมลล์ในทุกวันนี้เลยทีเดียว เนื่องจากในการดำเนินธุรกิจขององค์กรขนาดใหญ่นั้น ความลับภายในองค์กรและความลับระหว่างลูกค้าหรือคู่ค้ากับองค์กรแทบทั้งหมดนั้นมักจะถูกจัดเก็บอยู่ในระบบอีเมลล์ในทุกครั้งที่มีการรับส่งข้อมูล และแน่นอนว่าการเก็บข้อมูลเหล่านี้บนระบบอีเมลล์ที่เป็นบริการเช่าใช้แบบ Cloud นั้น ย่อมมีความเสี่ยงที่ข้อมูลจะรั่วไหลอย่างแน่นอน เพราะระบบ Cloud ใหญ่ๆ นอกจากจะตกเป็นเป้าของการโจมตีจาก Hacker ทั่วโลกแล้ว ยังมีประเด็นทางด้านความเชื่อมั่นต่อผู้ให้บริการที่อาจล้วงความลับขององค์กรเราออกไปอีกด้วย

 

นอกจากนี้เมื่อวันหนึ่งถ้าหากเราอยากเปลี่ยนระบบอีเมลล์ของเราจากระบบ Cloud มาเป็นระบบอื่น เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า Email เหล่านั้นจะถูกลบออกไปจากระบบและไม่ถูกนำไปวิเคราะห์ข้อมูลจริงๆ? ในหน่วยงานรัฐของบางประเทศเองถึงกับห้ามไม่ให้มีการนำข้อมูลองค์กรไปฝากไว้ที่บริการ Cloud ในต่างประเทศด้วยเหตุว่ากลัวความลับของประเทศรั่วไหล ดังนั้นประเด็นเรื่องความเป็นเจ้าของข้อมูลจึงถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญมากทีเดียว

 

ดังนั้นสำหรับองค์กรที่คิดว่าความเป็นเจ้าของข้อมูลและการรักษาความลับองค์กรถือเป็นประเด็นสำคัญลำดับแรก ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนระบบอีเมลล์ก็คงจะต้องเป็นการซื้อระบบอีเมลล์แบบซื้อขาด (On Premise) ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของ Email Server หรือ Email Appliance ก็ตามแต่

 

แต่สำหรับองค์กรที่เน้นความยืดหยุ่นและรวดเร็ว โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลบน Email มากนัก การเลือกใช้บริการเช่าใช้ระบบอีเมลล์บน Cloud Service ก็ถือเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ เพราะบางกรณีถึงแม้องค์กรจะไม่ให้ความสำคัญกับข้อมูล Email แต่การลงทุนแบบซื้อขาดระบบอีเมลล์มาติดตั้งเองก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอยู่ดี เรามาดูข้อพิจารณาที่เหลือต่อกันเลยดีกว่า

 

 

ค่าใช้จ่ายที่แตกต่าง

 

ระบบอีเมลล์แบบเช่าใช้บน Cloud นี้ โดยมากมักจะคิดค่าบริการเป็นต่อ Inbox ต่อปี  และมีปัจจัยอื่นๆ ให้เลือกอัพเกรดได้ เช่น ความปลอดภัย, พื้นที่การใช้งาน รวมถึงฟังก์ชันอื่นๆ ที่เสริมไปจากระบบอีเมลล์ ทำให้ลักษณะการลงทุนเป็นแบบจ่ายเงินซ้ำๆ ทุกปี ดังนั้นสำหรับหน่วยงานที่มีผู้ใช้งานจำนวนไม่มากนัก เช่นหน่วยงานที่มีขนาด 100 – 200 คนหรือน้อยกว่า ก็จะเหมาะสมต่อการเช่าใช้ระบบอีเมลล์นี้ เพราะค่าใช้จ่ายยังอาจจะถูกกว่าหรือเท่ากับการลงทุนแบบซื้อขาด แต่ได้รับความสะดวกสบายในการใช้งานและการดูแลมาแทน

 

ส่วนระบบอีเมลล์แบบซื้อขาดเป็น Email Server หรือ Email Appliance นี้ จะมีลักษณะคล้ายการลงทุนเพียงครั้งเดียวจบ และซื้อเป็นบริการดูแลระบบจากผู้ขายแทน ซึ่งจะมีราคาต่อปีที่ถือว่าไม่แพงมาก ดังนั้นสำหรับองค์กรที่มีผู้ใช้งานจำนวนตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป การซื้อขาดระบบ Email Server หรือ Email Appliance นี้จะมีความคุ้มค่ามาก เพราะค่าใช้จ่ายในปีแรกจะไม่ต่างจากการเช่าใช้บน Cloud นัก แต่ค่าใช้จ่ายในปีที่เหลือจะถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน จนหลายๆ ครั้งการคืนทุนอาจจะอยู่ที่ปีที่ 2 ได้เลยทีเดียว และองค์กรยังมีข้อได้เปรียบทางด้านการได้เป็นเจ้าของข้อมูลอย่างแท้จริงอีกด้วย

 

 

บริการจากผู้ขายและผู้ผลิต

 

สำหรับระบบอีเมลล์แบบเช่าใช้แบบ Cloud Service นี้จะมีความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ในแง่ของการที่ไม่ต้องทำการติดตั้งและดูแลไม่ให้ระบบล่ม เพราะผู้บริการทำให้หมด แต่ก็จะขาดบริการหลังการขายอื่นๆ ที่ละเอียดอ่อนกับระบบ เช่น การโอนย้ายข้อมูลจากระบบอีเมลล์เก่า, การจัดการให้การส่งเมลล์มายัง Domain เก่าของลูกค้ามาปรากฎที่ระบบอีเมลล์ใหม่ของเรา, การตรวจหาสาเหตุว่าทำไมอีเมลล์ถึงส่งไม่ออก, การตรวจจับการโจมตีระบบอีเมลล์และป้องกัน รวมถึงการตรวจหาสาเหตุที่ทำให้อีเมลล์ของเราไปตกใน Junk Mail ของลูกค้าและคู่ค้า ซึ่งทั้งหมดนี้สำหรับธุรกิจที่ดำเนินด้วยอีเมลล์เป็นหลักนั้น ถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง

 

ในขณะที่ระบบอีเมลล์ซื้อขาดแบบ On Premise นี้ ทางผู้ซื้อสามารถเลือกระดับของบริการต่างๆ เหล่านี้ได้ เพราะระบบทั้งหมดสามารถถูกควบคุมได้จากวิศวกรผู้มีประสบการณ์ ต่างจากระบบอีเมลล์แบบ Cloud Service ที่เราสามารถควบคุมระบบเหล่านั้นได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ทำให้การปรับแต่งค่าต่างๆ ของระบบอีเมลล์ให้รองรับงานระดับองค์กรสามารถเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งกว่า อีกทั้งการแยกระบบเป็นเอกเทศจากอีเมลล์ของคนอื่นๆ นี้ จะทำให้เราไม่ได้รับผลกระทบร้ายๆ ต่างๆ จากคนอื่น อย่างเช่นกรณี Email Cloud Service ที่เคยถูก Hack ไปโจมตีคนอื่นจนทำให้แทบทุกเมลล์ใน Cloud ตก Junk Mail Box ของระบบอีเมลล์อื่นๆ ได้อีกด้วย

 

 

ความปลอดภัยที่ควบคุมได้

 

สืบเนื่องจากข้อข้างต้น สำหรับระบบอีเมลล์เช่าใช้แบบ Cloud Service นี้ถึงแม้จะสะดวกสบายมาก แต่การควบคุมระดับของความปลอดภัยอีเมลล์นี้เราแทบจะกระทำด้วยตัวเองไม่ได้เลย ในขณะที่ระบบอีเมลล์แบบซื้อขาด On Premise เป็น Email Server หรือ  Email Appliance นี้ เราสามารถควบคุมการตั้งค่าความปลอดภัยได้ด้วยตัวเอง ทำให้ระบบมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาเรื่อง Email ขององค์กรตก Junk Mail Box ได้ด้วยตนเองอีกด้วย

 

 

สรุป

สำหรับผู้ที่จะลงทุนในระบบอีเมลล์แบบเช่าใช้ Email Cloud Service นี้ จะได้รับข้อดีดังนี้

  • ง่ายในการติดตั้งและดูแลรักษา
  • เพิ่มเติมความสามารถของระบบได้หลากหลาย
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับองค์กรขนาดเล็ก

 

ในขณะที่ผู้ที่จะลงทุนในระบบอีเมลล์แบบซื้อขาดเป็น Email Server หรือ Email Appliance จะได้รับข้อดีดังนี้

  • องค์กรได้เป็นเจ้าของข้อมูลอีเมลล์ทั้งหมดอย่างแท้จริง
  • มีบริการดูแลระบบอีเมลล์เชิงลึก ให้ระบบมีความเสถียรมากยิ่งขึ้นได้
  • สามารถปรับแต่งค่าทางด้านความปลอดภัยเพื่อรับมือสถานการณ์ต่างๆ ได้ทันที
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับองค์กรขนาดกลางหรือใหญ่

 

ดังนั้นผู้ดูแลระบบที่กำลังหาทางเลือกในการลงทุนกับระบบอีเมลล์ เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้วทางทีมงานก็หวังว่าจะช่วยให้มีส่วนตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อย

 

 

Wavify ระบบอีเมลล์ที่ปลอดภัยและง่ายสำหรับทุกองค์กร

 

สำหรับผู้ที่ต้องการมองหาระบบอีเมลล์แบบซื้อขาด ทาง Wavify ผู้ผลิตระบบอีเมลล์ชั้นนำสำหรับองค์กรนี้ มีระบบ Email Appliance สำเร็จรูปสำหรับผู้ใช้งานตั้งแต่ 500 Inbox – 40,000 Inbox และมีการใช้งานแล้วอย่างแพร่หลายในประเทศไทย โดยระบบอีเมลล์จาก Wavify มีจุดเด่นดังต่อไปนี้

  • สำเร็จรูป ติดตั้งง่าย ใช้งานได้ภายใน 1 วัน
  • ใช้งานได้กับทุกระบบปฏิบัติการ ทุก Platform
  • สามารถใช้งานได้หลาย Domain ภายใน Appliance เดียว
  • รองรับผู้ใช้งานตั้งแต่ 500 Inbox – 40,000 Inbox ตามแต่รุ่นของอุปกรณ์
  • ปรับแต่งหน้าจอให้มีเอกลักษณ์ขององค์กรได้
  • มีระบบรักษาความปลอดภัยภายในตัว
  • มีระบบสำรองข้อมูลอีเมลล์ภายในตัว
  • ทำ RAID และ Redundant Power Supply เพื่อความทนทานของระบบ
  • มีบริการติดตั้ง ดูแล แก้ไข และให้คำปรึกษาโดยตรงจาก Distributor ในประเทศไทย
  • มีบริการ Monitor 24×7 จากผู้ผลิตโดยตรง
  • มีบริการเสริม เช่น ย้ายอีเมลล์จากระบบเก่า (Migration), ปรับแต่งให้เข้ากับระบบ Email Gateway, บริการตรวจสอบและค้นหาการโจมตีระบบอีเมลล์, บริการให้คำปรึกษากรณีอีเมลล์ตก Junk Mail หรือรับส่งอีเมลล์ไม่ได้ เป็นต้น

 

จะเห็นได้ว่านอกจากความสามารถพื้นฐานของระบบที่มีอยู่แล้ว ทางทรูเวฟร่วมกับ Wavify ยังมีบริการระดับองค์กรเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานระบบอีเมลล์เหล่านี้ได้อย่างราบรื่นอีกด้วย  สำหรับใครที่สนใจผลิตภัณฑ์จาก Wavify สามารถติดต่อที่บริษัททรูเวฟ ประเทศไทย จำกัด ได้โดยตรงที่ 02-210-0969 หรือส่งอีเมลล์มาที่ info@throughwave.co.th ได้ทันที

 

ที่มา: www.throughwave.co.th

ทำความรู้จักกับ Enterprise Unified Authentication

หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ผู้ดูแลระบบหนีไม่พ้น คือการบริหารจัดการผู้ใช้งานหลายๆคน กับอุปกรณ์ในระบบหลายๆชนิด และการใช้งานแอปพลิเคชั่นที่หลากหลายตั้งแต่ระดับโครงสร้างภายใน เช่น Firewall, Proxy, VPN ฯลฯ ไปจนถึงระดับแอปพลิเคชั่นใช้งานจริง ส่งผลให้มีบริการเป็นจำนวนมากที่ต้องอาศัยระบบจัดเก็บรายชื่อ User และ Group เฉพาะของแต่ละบริการ ทำให้การบริหารจัดการมีความซับซ้อน และวุ่นวายมากขึ้น

การแก้ปัญหาดังกล่าวสามารถทำได้โดยการจัดระบบให้บัญชีรายชื่อของผู้ใช้รวมไว้ที่ศูนย์กลาง (Centralized Authentication) และต้องรองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ในองค์กร รวมถึงสามารถรองรับการขยายตัวในอนาคตได้อย่างยืดหยุ่น และไม่มีผลกระทบกับระบบเดิม นอกการช่วยลดความซ้ำซ้อนของบัญชีรายชื่อผู้ใช้แล้ว ระบบ Enterprise Unified Authentication ยังสามารถช่วยพัฒนาระบบในองค์กร ให้มีทิศทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น กล่าวคือเราจะยึดที่ตัวผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง กำหนดสิทธิตามผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม ไม่ใช่ยึดตามแอปพลิเคชั่นหรืองานบริการต่างๆ เป็นหลัก ดังเช่นที่องค์กรส่วนใหญ่มักปฏิบัติกัน

“Wavify NextSecure” : Enterprise Unified Authentication

Wavify NextSecure เป็นระบบ Centralized Authentication ชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Wavify โดยตัว NextSecure นี้สามารถทำงานเป็น LDAP, Radius และ IPSec VPN พร้อมกันได้ในตัวเดียว NextSecure สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Wireless ทำ Wireless Authentication ในเรื่องของการบริหารจัดการก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ผ่าน Web-based interface ไม่จำเป็นต้องใช้คำสั่งแบบ Command line

สำหรับองค์กรที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศหรือทั่วโลก NextSecure สามารถทำงานในลักษณะ Distributed Service สร้าง Private Cloud สำหรับฐานข้อมูลผู้ใช้งานและให้บริการการยืนยันตัวตนสำหรับพนักงานในองค์กรของคุณได้ทั่วโลก โดยระบบแอปพลิเคชั่นต่างๆ สามารถทำการยืนยันตัวตนร่วมกับ NextSecure ที่ติดตั้งอยู่ในสาขาได้ (Local Authentication) ทำให้ระบบของคุณสามารถทำการยืนยันตัวตนได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีความสเถียรเพิ่มขึ้น และเป็นการทำ Disaster Recovery ไปในตัวอีกด้วย

และหากองค์กรของคุณมีระบบ Network ที่ซับซ้อน NextSecure ก็พร้อมเป็นผู้ช่วยองค์กรของคุณ ผ่านการจัดการข้อมูล Schema สร้างต้นไม้แบบเฉพาะตัว ที่มีความคล่องตัว ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการ และสามารถทำงานได้ตามเงื่อนไขที่ซับซ้อน เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งานมากที่สุด

ในอนาคตถัดจากนี้ Wavify NextSecure จะสามารถสนับสนุนการทำ Self Registration และ Profile and Password Management เพื่อให้ผู้ใช้งานภายในองค์รกรสามารถจัดการลงทะเบียนด้วยตัวเองได้ พร้อมทั้งสามารถแก้ไขรายละเอียดส่วนบุคคลต่างๆ และบริหารจัดการพาสเวิร์ดได้ในตัว ร่วมถึงยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับยืนยันตัวตนบุคคลภายนอก (Guest Management) ได้อีกด้วย

———-

บทความโดย Throughwave Thailand

ท่านสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.throughwave.co.th